เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

อาหารหลัก 5 หมู่

มีประโยชน์มากเลย

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อาหารหลัก 5 หมู่





















อาหารหลัก 5 หมู่

อาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตของของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ก็ต้องกินอาหารเพื่อความอยู่รอดกันทั้งนั้น อาหารหลัก 5 หมู่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะถ้าเราขาดอาหารหมู่ใดหมู่หนึ่งไป ร่างกายของเราก็จะขาดสารอาหารหมู่นั้นไป ซึ่งอาหารหลัก 5 หมู่ก็มีดังต่อไปนี้
หมู่ที่ 1 คืออาหารประเภท นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง
หมู่ที่ 2 คืออาหารประเภท ข้าว แป้ง เผือก มัน น้ำตาล
หมู่ที่ 3 คืออาหารประเภท พืชผักต่างๆ
หมู่ที่ 4 คืออาหารประเภท ผลไม้ต่างๆ
หมู่ที่ 5 คืออาหารประเภท น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์


ความสำคัญของอาหารทั้ง 5 หมู่ มีดังต่อไปนี้


อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ

อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ อาหารหมู่นี้ส่วนใหญ่จะให้สารอาหารประเภทโปรตีน ประโยชน์ที่สำคัญคือ การทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายส่วนที่สึกหรอ จากบาดแผล อุบัติเหตุ หรือจากการเจ็บป่วย อาหารหมู่นี้จะถูกนำไปสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ เม็ดเลือด ผิวหนัง น้ำย่อย ฮอร์โมน ตลอดจนภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ

อาหารที่สำคัญในหมู่นี้ได้แก่ นม ไข่ เนื้อ หมู วัว ตับ ปลา ไก่และถั่วต่างๆ เช่นถั่วเหลือง ถั่วเขียว หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ เป็นต้น



อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างดี และยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย พลังงานส่วนใหญ่ที่ได้รับจากอาหารหมู่นี้จะใช้ให้หมดไป วันต่อวัน เช่น ใช้ในการเดินทาง ในการทำงาน หรือการออกกำลังกายชนิดต่างๆ แต่ถ้ากินอาหารในหมู่นี้มากเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขขมัน และทำให้เกิดโรคอ้วนได้
อาหารที่สำคัญในหมู่นี้ได้แก่ ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว เผือก น้ำตาลที่ทำจากอ้อย น้ำตาลที่ทำจากมะพร้าว

อาหารหมู่ที่ 3 ผักต่างๆ
อาหารหมู่ที่ 3 จะให้สารอาหารประเภทเกลือแร่ และวิตามินแก่ร่างกาย ช่วยเสริมสร้างทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยต้านทานโรค และช่วยให้อวัยวะต่างๆทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนั้นอาหารหมู่นี้ จะมีกากอาหารที่ถูกขับถ่ายเป็นอุจจาระ ทำให้ลำไส้เป็นปกติ
อาหารที่สำคัญในหมู่นี้ได้แก่ ตำลึง ผักบุ้ง ผักกาด มะเขือ ถั่วฝักยาว ฟักทอง เป็นต้น

อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆจะให้วิตามินและเกลือแร่ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค และมีกากอาหารช่วยทำให้ การขับถ่ายของลำไส้เป็นปกติ

อาหารที่สำคัญในหมู่นี้ได้แก่ กล้วย มะละกอ มังคุด ลำไย เป็นต้น

อาหารหมู่ที่ 5 ไขมันและน้ำมัน

อาหารหมู่ที่ 5 ไขมันและน้ำมัน จะให้สารอาหารประเภทไขมันมาก จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ร่างกายจะสะสมพลังงาน ที่ได้จากหมู่นี้ไว้ใต้ผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเช่น บริเวณสะโพก ต้นขา ไขมันที่สะสมไว้เหล่านี้ จะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และให้พลังงานที่สะสมไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นระยะยาว
อาหารที่สำคัญในหมู่นี้ได้แก่ ไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ไขมันที่ได้จากพืช เช่น กระทิมะพร้าว น้ำมันรำ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม เป็นต้น นอกจากนั้นจะมีไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อสัตว์ต่างๆด้วย






















วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ประเทศออสเตรเลีย


ประเทศออสเตรเลีย




ภูมิอากาศและที่ตั้ง

ออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะประเทศเป็นเกาะ ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข

พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ ประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และรัฐทัสเมเนียมีความอุดมสมบูรณ์มาก ฝนตกชุก ที่นี่มีสัตว์และพืชรวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในดินแดนอื่น เช่น จิงโจ้ โคอะล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด

ประชากร

ปัจจุบันออสเตรเลียมีประชากร 19 ล้านคน อาศัยอยู่หนาแน่นแถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ประกอบด้วยคนจากหลากหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมกว่า 140 ประเทศที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานตลอด 50 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสังคมแบบสหวัฒนธรรม

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส

ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัดและอาจมีไฟป่า
ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่า ฝนจะตกชุก บางแห่งอาจมีน้ำท่วม
ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม อากาศเย็นจัดมีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป
เวลา

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่างของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่งออกเป็น 3 โซน ดังนี้

Eastern Standard Time-EST เร็วกว่าเวลา GMT 10 ชั่วโมงและเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria, Tasmania, Queensland และ Canberra
Central Standard Time-CST เร็วกว่าเวลา GMT 9.5 ชั่วโมงและเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ใช้ในรัฐ South Australia และเขตปกครอง Northern Territory
Western Standard Time-WST เร็วกว่าเวลา GMT 8 ชั่งโมงและเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ Western Australia
Daylight Saving - ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria, New South Wales, South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม

รัฐและเมืองต่างๆ

ออสเตรเลียประกอบด้วยรัฐใหญ่ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล

Australian Capital Territory มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย แคนเบอร์ร่า (Canberra) คือเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัย เพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติ และหน่วยงานสถานทูตของประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานทูตไทย


New South Wales นิวเซาท์เวลส์ เมืองหลวงชื่อซิดนีย์ (Sydney) รัฐนี้มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด มีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุดด้วย เป็นรัฐที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองที่คึกคัก มีสีสัน มีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ของเมืองคือโอเปร่าเฮาส์ (Opera House) และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbour Bridge)


Northern Territory มณฑลตอนเหนือ มีเมืองดาร์วิน (Darwin) เป็นเมืองหลวง เนื้อที่ส่วนใหญ่จะแห้งแล้ง มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียง 10% ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยม


Queensland ควีนส์แลนด์ เป็นรัฐใหญ่อันดับสอง มีเมืองหลวงคือบริสเบน (Brisbane) รัฐนี้ได้ชื่อว่าเป็นรัฐที่มีแสงแดด (Sunshine State) มีแนวประการังที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกชื่อ Great Barrier Reefs มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์


South Australia เซาท์ออสเตรเลีย เมืองหลวงชื่อ อะดิเลด (Adelaide) ครั้งหนึ่งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งเทศกาล" เนื้อที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งมีพื้นที่เกษตรกรรมเพียง 10% ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยม


Tasmania ทัสมาเนีย เมืองหลวงคือโฮบาร์ต (Hobart) ทัสมาเนียเป็นรัฐที่เล็กที่สุด ลักษณะเป็นเกาะ ตั้งอยู่ห่างจากรัฐวิคตอเรียแผ่นดินใหญ่ประมาณ 240 กิโลเมตร มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและที่ราบสูง ทิวทัศน์สวยงามยิ่ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย เป็นเมืองสงบ ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนถูก เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทัสมาเนีย (University of Tasmania)


Western Australia เวสเทอร์นออสเตรเลีย เมืองหลวงคือเพิร์ธ (Perth) เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร อาชีพสำคัญของประชากรคือการทำประมงและทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับสามของโลก เพิร์ธเป็นเมืองที่สะอาด สวยงามและอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด ใช้เวลาเดินทางแค่ 6 ชั่วโมงครึ่ง มีเวลาต่างกับประเทศไทยเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น


Victoria วิคตอเรีย รัฐนี้ได้ชื่อว่า Garden State เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เมืองหลวงคือเมลเบิร์น เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองและ เป็นเมืองที่นักศึกษาไทยไปศึกษามากเป็นอันดับสอง
การปกครอง

รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่นการป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้านการศึกษาการคมนาคม ขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน

ไฟฟ้า

ใช้กระแสไฟฟ้า 240-250 V, AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แต่ใช้ปลั๊กแบบ 3 ขา ถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากเมืองไทย เช่น วิทยุ ต้องใช้ Adapter ซึ่งหาซื้อได้ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย

ประปา

น้ำประปาสะอาด สามารถใช้สำหรับดื่มได้

ศาสนา

ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ แต่มีศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ อิสลาม และยิว ด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยออสเตรเลียให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา